ชื่อพืช
| ชื่อไทย |
มะระขี้นก
|
| ชื่อสามัญ/อังกฤษ |
Balsam pear, Bitter melon, Bitter cucumber, Bitter gourd, Leprosy gourd
|
|
|
ชื่อพื้นเมืองในประเทศอาเซียน
| ลำดับ | ชื่อประเทศอาเซียน | ชื่อท้องถิ่น |
|
|
ชื่อวิทยาศาสตร์
ชื่อวิทยาศาสตร์
|
Momordica charantia L.
|
| ชื่อวงศ์ Family |
Cucurbitaceae
|
| ชื่อ Genus |
Momordica
|
| ชื่อ Species |
charantia
|
| ชื่อผู้ค้นพบ |
L.
|
| ชื่อ Subspecies |
|
| ชื่อผู้ค้นพบ |
|
| ชื่อ Varieties |
|
| ชื่อผู้ค้นพบ |
|
| ชื่อ CULTIVAR |
|
| ชื่อผู้ค้นพบ |
|
|
|
ชื่อพ้องทางวิทยาศาสตร์ (Synonym)
| ลำดับ | ชื่อพ้องทางวิทยาศาสตร์ |
| 1 | Cucumis argyi H. Lv. |
| 2 | Cucumis intermedius M. Roem. |
| 3 | Momordica indica L. |
| 4 | Momordica elegans Salisb. |
|
|
เอกสารอ้างอิง
| ลำดับ | ชื่อเอกสารอ้างอิง |
| 1 | The Plant List Version 1.1. A genus and species. [Online]. Available from: http://www.theplantlist.org/ |
| 2 | เต็ม สมิตินันทน์. ชื่อพรรณไม้เมืองไทย เต็ม สมิตินันทน์ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2557. กรุงเทพฯ: สำนักงานหอพรรณไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช; 2557. (828 หน้า) |
|
|
|
ชื่อตามตำราการแพทย์แผนไทย
|
มะระขี้นก
|
|
|
| ชื่อท้องถิ่น |
มะไห่, balsam apple, balsam pear, bitter cucumber, bitter melon, leprosy gourd
|
|
|
ข้อมูลทั่วไป
| ลักษณะวิสัย |
ไม้เถา
|
| ลักษณะสมุนไพร พืช/สัตว์/แร่ธาตุ |
ไม้เถา มีขน มักมีมือพันอยู่บริเวณข้อตรงข้ามใบ ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงเวียน รูปฝ่ามือที่มีแฉกหยักลึกมาก 5-7 แฉก กว้าง 5-9 ซม. ยาว 5-8 ซม. ปลายแหลม โคนรูปหัวใจ ขอบหยักซี่ฟันมักมีติ่ง มีขนทั้ง 2 ด้าน เส้นโคนใบ 3-5 เส้น เส้นแขนงใบข้างละ 3-4 เส้น ก้านใบ ยาว 3-5 ซม. ดอก เป็นดอกเดี่ยวแยกเพศร่วมต้นออกตามง่ามใบ ก้านดอกยาว 5-8 ซม. ใกล้โคนก้านมีใบประดับรูปหัวใจหรือรูปไต กลีบเลี้ยงสีเขียวแกมสีเหลือง โคนติดกันเป็นรูประฆัง ยาวประมาณ 4 มม. ปลายหยัก 5 แฉก รูปไข่แกมรูปสามเหลี่ยม กว้างประมาณ 1 มม. ยาวประมาณ 4 มม. ปลายแหลม มีขน กลีบดอกสีเหลือง อมสีส้ม โคนติดกันเล็กน้อย ปลายแฉกเป็น 5 กลีบ รูปไข่กลับแกมรูปขอบขนาน กว้างประมาณ 1 ซม. ยาวประมาณ 1.5 ซม. ดอกเพศผู้มีเกสรเพศผู้ 3 อัน ก้านชูอับเรณูสั้นติดที่ปากหลอดดอก อันเรณูยาวโค้งทบพับ ดอกเพศเมียมีรังไข่ใต้วงกลีบ มี 3 ช่อง แต่ละช่องมีออวุลจำนวนมาก ก้านเกสรเพศเมียเรียวยาว ยอดเกสรเพศเมียเป็นตุ่มเล็กหรือแฉก 2 แฉก อาจมีเกสรเพศผู้ที่เป็นหมัน ผล แบบผลมีเนื้อหนึ่งถึงหลายเมล็ด รูปรีหรือรูปกระสวย กว้าง 1.5-3 ซม. ยาว 5-8 ซม. ปลายเรียวแหลม มีสันตามความยาวผล และมีตุ่มนูนจำนวนมาก สุกสีส้ม เมล็ด แบนรูปขอบขนานแกมรูปไข่ กว้าง 3-5 มม. ยาวประมาณ 1 ซม. มีเยื้อหุ้มเมล็ดสีแดงอมส้ม
|
| ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์ |
พืชชนิดนี้มีเขตการกระจายพันธุ์ในประเทศไทยทั่วทุกภาค ขึ้นทั่วไปตามที่รกร้าง ในต่างประเทศพบทั่วไปในอินเดีย เมียนมา และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
|
| พิกัดทางภูมิศาสตร์ |
|
|
|
|
|
สรรพคุณตามตำราไทย
| ส่วนที่ใช้ | สรรพคุณตามตำราไทย |
| ดอก | แก้พิษ แก้บิด |
| ผล | แก้พิษฝี แก้ฟกบวม แก้อักเสบ แก้โรคลมเข้าข้อ บำรุงน้ำดี ขับพยาธิ แก้ปากเปื่อย บำรุงระดู ขับพิษร้อน ถ่ายท้อง แก้พิษ ขับลม แก้คัน แก้ธาตุไม่ปกติ แก้เสียดท้อง แก้เจ็บปวดอักเสบ ระบายอ่อน ๆ แก้บวม แก้โรคผิวหนัง บำบัดโรคเบาหวาน ยาบำรุง ทาหิด ฝาดสมาน แก้โรคเม็ดผดผื่นคันในตัวเด็ก แก้พิษไข้ แก้พิษหัวเข่าบวม แก้ปวดตามข้อ แก้ม้าม แก้ตับพิการ เจริญอาหาร ใช้มากๆ เป็นยาถ่ายอย่างแรง รักษาโรคเรื้อน บำรุงธาตุ แก้ไข้ แก้ปวดเจ็บอักเสบจากพิษต่าง ๆ ดับร้อน แก้ร้อนใน กระหายน้ำ ทำให้ตาสว่าง แก้บิด ตาบวมแดง แผลบวมเป็นหนอง |
| ใบ | แก้ไข้ ดับพิษร้อน แก้ปากเปื่อยเป็นขุย ขับพยาธิ ขับระดู บีบมกดลูก ขับลม แก้ธาตุไม่ปกติ ทำให้นอนหลับ แก้ปวดศีรษะ แก้พิษ แก้ไอเรื้อรัง ยาระบายอ่อนๆ แก้เสียดท้อง บำรุงธาตุ ขับพยาธิ รักษาแผล บำรุงน้ำดี แก้ไข้หวัด ไข้ตัวร้อน ยาฟอกเลือด แก้ร้อนใน แก้ม้าม แก้ตับพิการ แก้ฟกบวมอักเสบ แก้ปวดอันเนื่องจากลมคั่งในข้อ ทำให้อาเจียน แก้โรคกระเพาะ แก้บิด แผลฝีบวมอักเสบ เจริญอาหาร ฟอกโลหิต รัดถานและถอนไส้ฝี |
| ราก | แก้พิษ รักษาริดสีดวงทวาร ฝาดสมาน ยาบำรุง แก้พิษดับร้อน แก้บิด ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด แผลฝีบวมอักเสบ ปวดฟันที่เกิดจากลมร้อน สมานแผล คุมธาตุ บำรุงธาตุ |
| เถา | บำรุงน้ำดี ยาระบายอ่อน ๆ ดับพิษดีและโลหิต แก้ไข้เพื่อดีพิการ แก้พิษทั้งปวง เจริญอาหาร แก้โรคลมเข้าข้อและเท้าบวม แก้ปวดตามข้อนิ้วมือและเท้า แก้โรคม้าม แก้โรคตับ ขับพยาธิในท้อง แก้พิษน้ำดีพิการ กัดเสมหะ แก้พิษดับร้อน แก้บิด แก้ฝีอักเสบ แก้ปวดฟัน แก้ไข้ |
|
|
สรรพคุณตามพื้นบ้าน
| ส่วนที่ใช้ | สรรพคุณตามตำราพื้นบ้าน |
|
|
สรรพคุณตามตำราแพทย์แผนจีน
| ส่วนที่ใช้ | สรรพคุณตามตำราแพทย์แผนจีน |
|
|
| รสตัวยาสมุนไพร |
รสขมจัด
|
| ลักษณะเครื่องยา |
มะระขี้นกมีลักษณะเป็นชิ้นส่วนผลตัดตามขวาง รูปเกือบกลม แบน เส้นผ่านศูนย์กลางถึง 2 ซม. หนาถึง 5 ซม. ผิวสีเขียวขี้ม้าถึงสีน้ำตาล ย่น ขรุขระรอยตัดขวางสีนวลถึงสีเหลืองอ่อน อาจพบเมล็ดหรือส่วนของเมล็ด เมล็ด รูปขอบขนาน แบน กว้างประมาณ 5 มม. ยาวประมาณ 1 ซม. ผิวขรุขระ สีเหลืองอ่อนถึงน้ำตาลอ่อน ปลายด้านหนึ่งเป็นติ่งแหลม อีกด้านหนึ่งเกือบมนหรือมีติ่งสั้นๆ นอกจากนั้น ยังอาจพบก้านผลซึ่งมีส่วนโคนผลที่มีผิวขรุขระติดอยู่ กลิ่นหอมเฉพาะ รสขม
|
| ข้อมูลตัวอย่างเครื่องยา |
|
|
|
พื้นที่ส่งเสริมการปลูกสมุนไพร
| ลำดับ | บริเวณที่ปลูก | จำนวน | กลุ่มผู้ปลูก | จังหวัด | อำเภอ | ตำบล |
|
|
|
พื้นที่เหมาะสมในการปลูกในประเทศไทย
|
|
|
การคัดเลือกพันธุ์(พันธุ์ที่นิยมปลูกในประเทศไทย)
|
|
|
การขยายพันธุ์
|
|
|
การปลูก/สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการปลูก
|
|
|
การปฏิบัติดูแลรักษา
|
|
|
การเก็บเกี่ยวและการปฏิบัติหลังเก็บเกี่ยว
|
|
|
การจำหน่าย
|
|
|
|
|
องค์ประกอบทางเคมี
|
มะระขี้นกมีคาแรนทิน (charantin) ซึ่งเป็นส่วนผสมของกลูโคไซด์ (glucoside) ของซิโทสเตอรอล (sitosterol) และ 5, 25-สติกมาสตาไดอีน-3บีตา-ออล (5, 25-stigmastadien-3β-ol) สารกลุ่มไทรเทอร์พีนไกลโคไซด์ (terpene glycosides) ที่สำคัญเช่น โมเมอร์ติโคไซด์เอ-แอล (momordicoside A-L) สารกลุ่มเทอร์พีนอยด์ (terpenoids) อื่น เช่น โมมอร์ดิซินส์ (momordicins) คิวเดอร์บิเทน (cucurbitanes) นอกจากนี้ ยังพบกรดไขมัน โปรตีน และสเตอรอล (sterols) ในเมล็ดพบไวซีน (vicine) ซึ่งเป็นสารกลุ่มนิวคลีโอไซด์ (nucleosides) และน้ำมันระเหยง่ายที่มีส่วนประกอบหลักเป็นแอพีโอล (apiole) เจอร์มาครีนดี (germacrene D) และแทรนส์-เนอโรลิดอล (trans-nerolidol)
|
|
|
ภาพประกอบสมุนไพร
| ชื่อไฟล์ | ประเภทของภาพ | ภาพสมุนไพร | Download |
| มะระขี้นก_Page_1.jpg | |
|
download
|
| มะระขี้นก_Page_2.jpg | |
|
download
|
| มะระขี้นก_Page_3.jpg | |
|
download
|
|
|
|
การใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆ
|
แก้ไข้ แก้ร้อนใน เจริญอาหาร
ตำราสรรพคุณยาไทยว่า มะระขี้นกมีรสขมจัด สรรพคุณเจริญอาหาร บำรุงน้ำดี แก้โรคของม้ามและตับ โรคลมเข้าข้อ น้ำต้มแก้ไข้ น้ำคั้นแก้ปากเปื่อยเป็นขุย บำรุงโลหิตระดูสตรี
ข้อมูลจากการศึกษาวิจัยพรีคลินิกพบว่า มะระขี้นกมีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด ลดไขมันในเลือด ต้านเชื้อไวรัส HIV ต้านเชื้อไวรัส Herpes simplex ต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านมะเร็ง และต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร
|
|
ข้อมูลอื่น/หมายเหตุ
|
อื่น มะระขี้นก เป็นผักพื้นบ้านที่ขึ้นได้ทั่วไป ลูกเล็กรูปร่างคล้ายกระสวย ผิวเปลือกขรุขระและมีปุ่มยื่นออกมา ผลอ่อนมีสีเขียว เมื่อแก่จะมีสีเหลืองอมแดง ปลายผลจะแตกเป็น 3 แฉก นกชอบมาจิกกินทั้งผลและเมล็ด แล้วก็ถ่ายเมล็ดไว้ตามที่ต่าง ๆ จึงเรียกกันว่ามะระขี้นก ผลอ่อนนำไปต้มหรือเผากินได้ทั้งลูก ผลแก่ต้องนำมาผ่ากลาง คว้านเมล็ดออกเสียก่อน การลดความขมของมะระขี้นกนั้นทำได้โดยต้มน้ำให้เดือดจัด ใส่เกลือพอประมาณ ลวกมะระในน้ำเดือดสักครู่ มะระจะยังคงมีผลสีเขียวสด หรือจะต้มกินกับน้ำพริกก็ได้ บางครั้งราดด้วยกะทิสดเพื่อเพิ่มรสชาด นอกจากใช้ผลเป็นอาหารแล้ว ใบของมะระขี้นกก็นำมาทำอาหารได้ แต่ไม่นิยมกินสดเพราะมีรสขม ยอดมะระลวกเป็นผักจิ้มกินกับน้ำพริก หรือกินกับปลาป่นของชาวอีสาน ทางภาคเหนือนิยมนำยอดมะระสดมากินกับลาบ หรือนำไปทำแกงคั่ว แกงเลียง และแกงป่า ได้รสน้ำแกงที่ขมเฉพาะตัว ทางอีสานนิยมนำใบมะระขี้นกใส่ลงไปในแกงเห็ดแบบพื้นบ้านจะทำให้แกงมีรสขมและกลมกล่อมหรือนำมาต้ม ลวกจิ้มน้ำพริก น้ำยาสกัดจากมะระขี้นกโดยใช้แอลกอฮอล์ ให้หนูทดลองกินในระดับ 500 มก./กก. ให้ผลในการลดระดับกลูโคสในเลือดได้ 10-16 % และ 6 % ภายหลังให้กิน 1 ชั่วโมงและ 2 ชั่วโมงตามลำดับ ในหนูปกติ และ 26 % ในหนูที่เป็นโรคเบาหวานอันเกิดจากสารพิษของสาร streptozotocin หลังให้กิน 3.5 ชั่วโมง น้ำยาสกัดได้เพิ่มปริมาณการสังเคราะห์ glycogen จาก 14C- glucose ในตับของหนูปกติ 4-5 เท่า แสดงให้เห็นว่า น้ำยาสกัดอย่างน้อยมีส่วนในการเร่งการใช้ glucose ในตับ ในหนูปกติน้ำยาที่สกัด โดยน้ำฉีดเข้าช่องท้องหนู ในระดับความเข้มข้นสูง ให้ผลในการลดระดับกลูโคสหลังจากฉีดไปแล้ว 8 ชั่วโมง และในหนูที่เป็นโรคเบาหวานอันเกิดจากสาร streptozotocin ลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ 50 % หลังจากการฉีด 5 ชั่วโมง และไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงความเข้มข้นของ insulin ในเลือด แสดงให้เห็นว่าน้ำยามีปฏิกิริยาส่งเสริมให้มีการขับน้ำตาลกลูโคสออกนอกตับ นอกจากนี้น้ำยาสกัดด้วยน้ำโดยการให้กินในระดับ 0.5 ก./กก. ลดระดับกลูโคสในหนูทดลอง ทั้งในหนูที่เป็นโรคเบาหวานและหนูปกติ
|
|
|
|
เอกสารอ้างอิง
| ลำดับ | ชื่อเอกสารอ้างอิง |
| 1 | พรทิพย์ เติมวิเศษ และคณะ ,คู่มือการกำหนดพื้นที่ส่งเสริมการปลูกสมุนไพรเพื่อใช้ในทางเภสัชกรรมไทย :สำนักงานกิจการโรงพิมพ์ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก.2558 |
|
|
|
|