คลังความรู้
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
Department of Thai Traditional and Alternative Medicine
คลังความรู้
เกร็ดความรู้
ถาม-ตอบ ข้อมูลสมุนไพร
เกี่ยวกับเรา
คลังความรู้
ข้อมูลงานวิจัย
ชื่อเรื่อง
รูปแบบการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุที่มีภาวะความดันโลหิตสูงด้วยการแพทย์แผนไทย
ชื่อเรื่อง (ภาษาอังกฤษ)
-
ชื่อเรื่อง (ภาษาจีน)
สถานะของงานวิจัย
เสร็จสิ้นการดำเนินการ
ข้อมูลทั่วไป
ชื่อ - นามสกุล
e-mail
อัชฌา วารีย์
เจ้าของ/ผู้พิมพ์
เจ้าของลิขสิทธิ์
ชนิดของเอกสาร
บทคัดย่อ
วิจัย
การแพทย์แผนไทย
ประเภทของงานวิจัย
วิทยาศาสตร์
2
4
คำสำคัญของงานวิจัย
รูปแบบการดูแลสุขภาพ ผู้สูงอายุที่มีภาวะความดันโลหิตสูง การแพทย์แผนไทย
บทคัดย่อ/สาระสำคัญ
การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อหารูปแบบการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุที่มีภาวะความดันโลหิตสูงด้วยการแพทย์แผนไทย 2) เพื่อศึกษาปัจจัยสนับสนุน อุปสรรค ในการใช้รูปแบบการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุที่มีภาวะความดันโลหิตสูงด้วยการแพทย์แผนไทย และ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้สูงอายุที่มีภาวะความดันโลหิตสูงและผู้ที่เกี่ยวข้องต่อรูปแบบการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์แผนไทยของ กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้สูงอายุที่มีภาวะความดันโลหิตสูงจํานวน 15 คน ผู้ที่มีสวนเกี่ยวของกับการดูแลสุขภาพของผูสูงอายุในชุมชน ได้แก่ ผูดูแลหลัก อาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน พยาบาลวิชาชีพใน รพ.สต. และผู้นำชุมชน จำนวน 51 คน กระบวนการวิจัยอาศัยความร่วมมือระหว่างผู้วิจัย ผู้สูงอายุที่มีภาวะความดันโลหิตสูง และผู้ที่เกี่ยวข้องเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพโดยสัมภาษณ์แบบเจาะลึก การสังเกตแบบมีส่วนร่วม และการบันทึกภาคสนาม เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เป็น แนวคำถามในการสัมภาษณเชิงลึก (in-depth interview) การสนทนากลุม (focus group discussion) แบบสัมภาษณ์การดูแล/จัดการสุขภาพตนเองของผู้สูงอายุที่มีภาวะความดันโลหิตสูง แบบสัมภาษณ์การรับรูอาการเตือน โอกาสเสี่ยงตอการเกิดภาวะแทรกซอน และการจัดการภาวะแทรกซอนของผู้สูงอายุที่มีภาวะความดันโลหิตสูง และแบบสอบถามความพึงพอใจต่อรูปแบบการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุที่มีภาวะความดันโลหิตสูงด้วยการแพทย์แผนไทย ซึ่งแบบสัมภาษณ์การดูแล/จัดการสุขภาพตนเองของผู้สูงอายุที่มีภาวะความดันโลหิตสูง แบบสัมภาษณ์การรับรู้อาการเตือน โอกาสเสี่ยงตอการเกิดภาวะแทรกซอน และการจัดการภาวะแทรกซอนของผู้สูงอายุที่มีภาวะความดันโลหิตสูง และแบบประเมินความพึงพอใจ ผ่านการตรวจความตรงทางเนื้อหาจากผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน ได้ค่า CVI=0.96, 0.99 และ 0.96 ตามลำดับตรวจสอบค่าความเที่ยงของเครื่องมือ โดยนำไปใช้กับกลุ่มตัวอย่างที่มีลักษณะคล้ายกับกลุ่มตัวอย่างจำนวน 15 คน ซึ่งแบบสัมภาษณ์การดูแล/จัดการสุขภาพตนเองของผู้สูงอายุที่มีภาวะความดันโลหิตสูง ได้ค่าสัมประสิทธครอนบัคแอลฟ่าเท่ากับ 0.88 แบบสัมภาษณ์การรับรู้อาการเตือน โอกาสเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซอน และการจัดการภาวะแทรกซอนของผู้สูงอายุที่มีภาวะความดันโลหิตสูง คำนวณค่าความเที่ยงโดยใช้ KR 20 ได้เท่ากับ 0.98 ระยะเวลาการเก็บข้อมูลระหว่างเดือนพฤษภาคม 2563 ถึง พฤษภาคม 2564 วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพโดยการตีความ สรุปประเด็น และสร้างรูปแบบ ส่วนข้อมูลเชิงปริมาณ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณใช้สถิติแจกแจงความถี่ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที่แบบไม่อิสระผลการวิจัย ผลการวิจัยพบว่า กระบวนการหารูปแบบการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุที่มีภาวะความดันโลหิตสูงด้วยการแพทย์แผนไทยมี 4 ระยะคือ 1.“สารัตถะการแพทย์แผนไทย” 2. “ใส่ใจทวนซ้ำ เน้นย้ำ จำเข้าใจ” 3. “สร้างเสริมกำลังใจปฏิบัติให้ต่อเนื่อง 4. “เฟื่องฟูผลิออกดอกผล จนแข็งแรง” โดยการส่งเสริมความสามารถผู้สูงอายุที่มีภาวะความดันโลหิตสูงในการดูแลสุขภาพตนเองคือ นำผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้ามามีส่วนร่วมในทุกกระบวนที่เปลี่ยนแปลง มีการให้ข้อมูลทุกระยะ ใช้การสอน การสร้างแรงจูงใจ และการสนับสนุนทางสังคม มีกลยุทธ์คือ สร้างการมีส่วนร่วม สร้างการยอมรับและไว้วางใจการสร้างเสริมพลังอำนาจ การทำกลุ่มสะท้อนคิด เป็นเพื่อนรับฟังปัญหา และหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยมีปัจจัยสนับสนุนคือ ความเข้มแข็งของชุมชน แรงสนับสนุนจากครอบครัว การช่วยเหลือกันในกลุ่มตัวอย่าง การรับรู้ประโยชน์ของผู้สูงอายุ และคำชมเชย กลุ่มตัวอย่างทั้งหมดมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุที่มีภาวะความดันโลหิตสูงด้วยการแพทย์แผนไทยในระดับมากที่สุด และแบบสัมภาษณ์การดูแล/จัดการสุขภาพตนเองของผู้สูงอายุที่มีภาวะความดันโลหิตสูง แบบสัมภาษณ์การรับรูอาการเตือน โอกาสเสี่ยงตอการเกิดภาวะแทรกซอน และการจัดการภาวะแทรกซอนของผู้สูงอายุที่มีภาวะความดันโลหิตสูงระดับความดันโลหิต Systolic blood pressure (SBP) diastolic blood pressure (DBP)น้ำหนัก รอบเอว และดัชนีมวลกาย หลังการใช้รูปแบบการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุที่มีภาวะความดันโลหิตสูงด้วยการแพทย์แผนไทย น้อยกว่าก่อนการใช้รูปแบบการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุที่มีภาวะความดันโลหิตสูงด้วยการแพทย์แผนไทย อย่างมีนัยสำคัญทางสติที่ P< 0.00 การดูแล/จัดการสุขภาพตนเองของผู้สูงอายุที่มีภาวะความดันโลหิตสูง ก่อนใช้รูปแบบการดูแลสุขภาพตนเองผู้สูงอายุที่มีภาวะความดันโลหิตสูงด้วยการแพทย์แผนไทย เท่ากับ 80 (S.D. = 11.71) หลังใช้รูปแบบการดูแลสุขภาพตนเองผู้สูงอายุที่มีภาวะความดันโลหิตสูงด้วยการแพทย์แผนไทย เท่ากับ 104.8 (S.D = 2.78) ซึ่งคะแนนหลังการใช้มากกว่าก่อนการใช้รูปแบบดูแลสุขภาพตนเองผู้สูงอายุที่มีภาวะความดันโลหิตสูงด้วยการแพทย์แผนไทย อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ( t=8.04, p =.000) ค่าเฉลี่ยคะแนนการรับรูอาการเตือน โอกาสเสี่ยงตอการเกิดภาวะแทรกซอน และการจัดการภาวะแทรกซอน ของภาวะความดันโลหิตสูง ก่อนใช้รูปแบบฯ เท่ากับ 12.26 (S.D.=4.97) หลังใช้รูปแบบฯ เท่ากับ 22.53 (S.D = 1.64) ซึ่งคะแนนหลังการใช้มากกว่าก่อนการใช้รูปแบบการดูแลสุขภาพตนเองของผู้สูงอายุที่มีภาวะความดันโลหิตสูงด้วยการแพทย์แผนไทย อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t=-9.03, p =.000) กลุ่มตัวอย่างทั้งหมดมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุที่มีภาวะความดันโลหิตสูงด้วยการแพทย์แผนไทยในระดับมากที่สุด
วันเดือนปีที่พิมพ์
ที่อยู่ผู้พิมพ์
Call number/ISBN
ภาษาที่ใช้
เอกสาร
เอกสาร
รูปแบบการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุที่มีภาวะความดันโลหิตสูงด้วยการแพทย์แผนไทย.pdf
สมุนไพรที่พบในงานวิจัย
ชื่อสมุนไพรที่ค้นพบในงานวิจัย
ตำรับ/ยาเดี่ยวที่พบในงานวิจัย
ชื่อตำรับยาที่ค้นพบในงานวิจัย
จำนวนคนเข้าใช้งาน
คน